Ma*mEaW^_^Ka님의 프로필☆¨*·¤.,.~·**¯`·*♡*ME~mE*...사진블로그리스트기타 도구 도움말

boonsop phisaiporn

직업
지역

Windows Media Player

리스트
Thanks everybody for visit my space ja^^
잠시만 기다려 주세요...
죄송합니다. 입력한 댓글이 너무 깁니다. 내용을 줄여 보세요.
입력한 내용이 없습니다. 다시 시도해 보세요.
죄송합니다. 지금은 댓글을 추가할 수 없습니다. 나중에 다시 시도해 보세요.
댓글을 추가하려면 부모님의 사용 허락이 필요합니다. 허용 요청
부모님이 댓글 기능을 해제한 상태입니다.
죄송합니다. 지금은 댓글을 삭제할 수 없습니다. 나중에 다시 시도해 보세요.
하루에 남길 수 있는 댓글의 최대 한도를 초과했습니다. 24시간 후에 다시 시도해 보세요.
회원님의 계정은 다른 사용자에게 스팸 메일을 보낼 수 있다고 여겨지므로 댓글 기능이 비활성화되어 있습니다. 이 설정에 문제가 있다고 생각되면 Windows Live 지원에 문의하시기 바랍니다.
댓글을 남기려면 아래 보안 검사를 완료해야 합니다.
보안 검사에 입력한 글자는 그림 또는 오디오에 있는 글자와 일치해야 합니다.

☆¨*·¤.,.~·**¯`·*♡*ME~mE*MeAw☆¨*♡*·´¯**·~.,.¤·*¨☆

อยู่คนเดียวอีกแล้ว...เรา....โลกมันช่างเงียบเหงาเหลือเกิน (-__-)
12월 2일

เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง

 
และแล้วก็มาถึง...ช่วงเวลาที่เป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง
ทุกที่ต่างก็ตกแต่ง ประดับประดาด้วยไฟหลากสี น่ารักๆ ให้อารมณ์การเฉลิมฉลองดีเหลือเกิน
และทุกครั้งที่มาถึงช่วงเวลานี้...เราก็ยังเหมือนเดิม...รู้สึกอยากจะเฉลิมฉลองกับอะไรบางอย่าง และกับใครบางคน
แต่ก็นะ...มันคงไม่มีวันนั้นหรอก...(ตัดพ้อตัวเองซะเหลือเกิ๊นนน)
ก็มันจิงนิ่หว่า...แต่เราก็พยายามมองข้ามมันไป...
ปีนี้...คิดกับตัวเองว่า"เราอยากได้อะไร เป็นของขวัญให้กับตัวเองบ้าง"
คำตอบ...มันมีมากซะจนจำไม่ไหว..และตอบตัวเองแทบจะไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน
มันคืออะไรน่ะหรอ................................................................
.............................................................
..........................................
............................
มันคือความรู้สึกที่เหมือนกับว่ามีใครคนนึงคอยเป็นห่วงและดูแลเราตลอด...
เป็นคนที่ดูแลเราได้....
เป็นคนที่เค้าจะมาอยู่ข้างๆเราทุกครั้งที่เรารู้สึกเหนื่อย....
เป็นคนที่เค้าจะมาอยู่ข้างๆเราทุกครั้งที่เรารู้สึกเหงา...
เป็นคนที่เค้าจะมาอยู่ข้างๆเราทุกครั้งที่เรารู้สึกล้า...
เป็นคนที่เค้าจะมาอยู่ข้างๆเราทุกครั้งที่เรารู้สึกกลัว
ขอแค่นี้....ได้มั้ย.............................."ฟ้า"
 
 
แต่ในอีกด้านนึง
ถึงแม้ว่าจะไม่มีคนๆนั้นจิงๆ...เราก็ไม่เสียใจนะ
เพราะตอนนี้...เราคิดว่ามันเป็นความรู้สึกที่มีความสุขมากที่สุดแล้ว
มีพ่อแม่ที่น่ารัก(มาก)...มีเพื่อนๆ ที่น่ารักและเข้าใจเรา...
มีอากาศที่สดชื่นๆ ทุกๆเช้าที่ตื่นขึ้นมา...มีต้นไม้ที่คอยโบกพริ้วไปกับสายลมที่เย็นยะเยือกที่ประทะกับหน้าของเรา
และมีท้องฟ้าที่กว้าง และสดใสเสมอ
ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร..ก่อนเข้าบ้านทุกครั้ง
ชั้นชอบที่จะแหงนหน้ามองท้องฟ้า...ที่สวยงาม และสดใส...
มันทำให้ชั้นรู้สึกเหมือนว่า..ความเหนื่อย ความเครียดของชั้นมันจะหายไปทันใด
รู้สึกดีจิงๆ...........
"ถึงแม้ว่าการรู้สึกดีนั้น...จะไม่มีคนรู้สึกกับเราไปพร้อมๆกันก็ตาม..."
 
 
 
9월 15일

Hang out lover!!!!!

 
ไปเที่ยวกานนนนนน
ไปนั่งเล่นกับเพื่อนอ้น ยัยนิน แล้วก็โอปอ แถมมีเพื่อนEmma &Engrid เด็กBBAจากประเทศสวีเดนที่มาแลกเปลี่ยน
หนุกหนานนะ....มากกกกก
ขอฟันธงว่า....สองสลึง...ชิดซ้ายยยยครับ
นังเล่น...ที่สุดแล้ววววววววว
ผู้ชายหล่อ....(ต้องดูดีๆ...ถ้าหลังห้าทุ่ม...ตูดยังไม่สาย...มือยังไม่ออก...แสดงว่าเป็นชายจริงๆ..ดูดีๆล่ะ...555+)
ผู้หญิง...ไม่สวยมาก...แต่ก็โอเค...(ดีๆ....อิอิ...)
ดาราเยอะอยู่.....
โดยเฉพาะ....เจไดสุดที่รักของช้านนนนนน
ไปร้านนี้บ่อยเหลือเกิ๊นนนนนน
แล้ววันนั้นเราก็โชคดีจริงๆ...เจอสุดที่รัก....เค้าหล่อจริงๆอ่ะ..น่ารักมากกกก
แต่ไม่กล้าเข้าไปคุย...ขอดูอยู่ห่างๆก็หลับฝันดี...เพ้อไปอีกนานนนนน
ตอนนี้..ใครจะไปนั่งเล่น....บอกด้วยยยยยย อิอิ
8월 4일

...สร้างฝายที่ บ้านสามขา จังหวัดลำปาง...

 
เมื่อวันที่30 ก.ค. ถึงวันที่ 3 ส.ค. เราได้ๆปสร้างฝายที่จังหวัดลำปาง
ซึ่งเป็นค่ายที่ทางRB club ร่วมกับทางบริษัท ปูนซีเมนต์ จำกัด (มหาชน) ได้จัดค่ายนี้ขึ้น
...ตอนแรก...ที่ได้รู้ว่าจะมีค่ายนี้...ก็บอกกับตัวเองว่า...ไม่ว่ายังงัยเราจะต้องไปให้ได้!!!
ไม่ยังงั้นชีวิตในรั้วมหาลัยของเรา...ไม่คุ้มแน่ๆ...-_-
....
    คืนวันที่29 ก.ค. เวลา สองทุ่มครึ่ง...ลูกค่ายทุกคนนัดเจอกันที่สถานีรถไฟหัวลำโพง...
   เวลาสามทุ่มครึ่งทุกคนก็ทยอยกันขนข้าวของสัมภาระ..โดยเฉพาะชั้น...กระเป๋าจะแตกให้ได้...ไม่รุ้ว่าชั้นจะเอาเสื้อผ้าไปทำไมเยอะแยะ...ได้ข่าวว่ากลับบ้านมานี่เหลือชุดที่ยังไม่ใส่อีก3-4ชุด -*-..เซ็งงง   แล้ว...ขึ้นรถไฟชั้นสาม...-*-...ขบวนที่สอง....(โปรดฟังอีกครั้ง...รถไฟชั้นสาม-*-)อาจจะมีบางคนที่ยังไม่เคยขึ้นรถไฟ...อาจจะไม่รู้ว่ารถไฟชั้นสามเนี่ย...มันเป็นจะได๋...เด๋วข้าเจ้า...จะเล่าให้ฟัง...(โห...ยังไม่ทันไปก็อู้ภาษาเหนือซะแล่ว...ฮ่าๆๆ)คือรถไฟชั้นสาม..เป็นรถไฟชั้นที่ถูกที่สุด...แล้วสภาพที่นั่งในรถไฟ ก็จะเป็นที่นั่งที่หันหน้าเข้าหากันที่นั่งก็จะนั่งได้สองคน.....นี่ยังดีนะที่ที่นั่งยังเป็นเบาะ...ถ้าเป็นไม้ล่ะก็...ตูดพังแน่ๆ-*-แต่ละคนก็เอาข้าวของตัวเองจับจองที่นั่งกันตามใจชอบ...ซักพักรถไฟก็ออกจากชานชาลารถไฟออกจากชานชาลาเวลาประมาณ สี่ทุ่ม...เราก็ค่อนข้างตื่นเต้น...เพราะเป็นการขึ้นรถไปครั้งแรกในชีวิต อิอิ  รถไฟออกจากหัวลำโพงก็ไปจอดที่ชานชาลาต่อไป...ซึ่งก็จำไม่ได้ว่าเป็นชานชาลาอะไร...น่าจะเป็นสถานีสามเสน...ก็มีคนขึ้นมาอีก...และแล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น...มีผู้ชายคนนึงเค้าเดินมาที่ที่นั่งที่เพื่อนต้านั่งกับน้องอีกคนนึง... 
แล้วเค้าก็บอกว่า...ที่ที่ต้านั่งอ่ะเป็นที่เค้า....อ่าววว...เราก็แบบว่า งง...อะไรวะ...แต่จริงๆแล้วอ่ะ..ที่นั่งมันจะมีเลขที่ระบุไว้อยู่ตามตั๋วรถไฟ...สรุปคือ เราก็ต้องย้ายที่ให้เค้านั่ง...เราก็ต้องย้ายเหมือนกัน...ไม่งั้นเด๋วคนอื่นขึ้นมาเค้าก็มาไล่ที่เราอีก -*-พอย้ายมาเราก็ย้ายที่นั่งให้ตรง...ตามตั๋ว..แต่ที่ที่เรานั่งน่ะ...หน้าต่างมันดันปิดไม่ได้ -*-...แบบว่าเป็นระบบแมนนวล (Manual) ชั้นก็แบบ...เซ็ง...แต่ก็เอาเหอะ...เรามาค่ายนี่เนอะ...จะสบายอะไรมากมาย....ใช่ป่ะแล้วตอนแรกที่เราเข้าใจว่า...ไปภาคเหนือ...คงใช้เวลาเดินทางน่าจะไม่เกิน10ชั่วโมง...เพราะบ้านเราก็อยู่อุตรดิถต์...น่าจะใช้เวลาต่างกันไม่มาก...เออ ซักแปร๊บนึง...มึคนบอกว่าถึงสิบโมงเช้า...ของอีกวันนึง...-*-ชั้นนี่แบบ...อะไรนะ..สิบสองชั่วโมง...เอ่ออออ...พระเจ้าช่วย ชั้นจะตายมั้ยยยย...อืม...ไหนๆก็ไหนๆแล้ว...สู้โว้ยยย เฮ้ออออ...นั่งไปเรื่อยๆๆๆๆ...ระหว่างทางที่นั่งไป...ก็นะ...เมื่อยได้ที่มากๆ..แล้วสภาพห้องน้ำครับ...ไม่อยากจะเซดดด....เหอๆ....สุดยอดดด  คือสภาพอ่ะนะ...เข้าไปแบบ-*- อืมมม ทั้งกลิ่น...สภาพ...โ-ตรเ-ยเลยยยแต่ก็ต้องทนอ่านะ...คือแบบสิบชั่วโมงจะให้อั้นก็คงกระเพราะปัสสาวะแตกแน่ๆ...ทิวทัศน์...สวยงามมาก....เราก็คิดนะ...ถ้ามาค่ายแล้วให้นั่งรถทัวร์มา...นั่งรถไฟตู้นอนแอร์...มาก็คงไม่ใช่อ่านะ..มันต้องได้อารมณ์แบบเข้าถึงธรรมชาติอย่างแท้จริง...อย่างรถไฟขั้นสามนี่..ถึงจะถูกกกกกกกกกก ฮ่าๆๆแล้วนั่งรถไฟด้วยความอดทนอย่างที่สุดในชีวิตอ่ะท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่าน....ไม่รู้จะพูดยังงัย...แต่เคยกันมั้ยอ่ะที่นั่งอยู่เฉยเป็นเวลาทั้งหมด  สิบสี่ชั่วโมงงง (โปรดฟังอีกครั้ง..สิบสี่ชั่วโมงครับ-*-)ได้ยืดแข้งยืดขานิดหน่อย...เอาขาไปพาดที่นั่ง แนน กะจวงมัน...มันก็เอาขามาพาดที่ที่นั่งเรา...เรียงรายอย่างสวยงาม...อิอิ
                                                                               
รถไฟ...เทียบชานชาลานครลำปาง เวลาเที่ยงของวันที่ 30 ก.ค.ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพ-ลำปางเป็นเวลา สิบสี่ชั่วโมงเมื่อลงรถไฟมาก็มีรถทัวร์อย่างดี...ของบริษัทปูนฯลำปาง..มารับส่งเข้าที่พัก ซึ่งเป็นเรือนรับรองของบริษัทปูนฯลำปาง...ขอบอกว่าที่พักนั้นอย่างไฮโซ ประมาณว่าโรงแรมนั่นแหละ... แล้วพอเข้าที่พักเราก้อนอนกันห้องละสองคน..แนน-จวงและ เหมี่ยว-หมิวสุดสวยยย ฮ่าๆๆคือจะบอกว่าโครงการสร้างฝายของบริษัทปูนฯนี้...มีชาวค่ายหลายกลุ่มเข้ามsurvey ไม่ว่าจะเนชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติของธรรมศาสตร์..และเด็กวิศวะ ลาดกระบัง.โดยเฉพาะไอ้กลุ่มเด็กวิศวะ ลาดกระบังมันช่างกวนพระบาทสิ้นดี แต่ก็ยินดีที่ได้รู้จักทุกๆคนน้า....ขนาดคนใน RB club เรายังรู้จักไม่ครบทุกคนเลย...แต่ทุกคนน่ารักมีน้ำใจมาก เมื่อเอาของเข้าที่พักเรียบร้อย ก็เปลี่ยนชุดเตรียมตัวเข้าป่าเพื่อสร้างฝายกัน...ก่อนจะทำการสร้างฝายนั้นเราก็จะต้องเข้าอบรมเกี่ยวกับการสร้างฝายก่อน...
 
                          
ความรู้วันละนิด......การที่เราจะสร้างฝายในครั้งนี้น่ะ...ไม่ใช่สร้างเพื่อกั้นน้ำ...แต่เป็นการสร้างเพื่อชะลอน้ำ เช่นน้ำฝนที่ตกลงมา...ใ
ห้มันไหลช้าลงเพื่อทำให้ป่าบริเวณนั้นมีความชุ่มชื้นมากขึ้น
พอได้รับความรู้เกี่ยวกับการทำฝายแล้ว...ซึ่งเราก็ได้ตระหนักถึงความสำคัญของน้ำ...จริงๆ..จากแต่ก่อนที่เรารู้นะ..ว่า"น้ำ"มันสำคัญแต่เราก็ไท่ได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งนะ...แต่พอมาที่นี่...เราได้รู้...ได้ตระหนัก...ถึงความสำคัญของน้ำ... และที่สำคัญ เราได้เป็นพสกนิกรชาวไทยคนหนึ่ง...ที่ได้น้อมรับพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติ....
                                                 "พ่อหลวงของชาวไทย เป็นพ่อหลวงที่ประเสริฐที่สุดในโลกนี้..หาใครเทียบเทียมมิได้จริงๆ"
 
เราได้แบ่งกลุ่มออกเป็นทั่งหมดสี่กลุ่มใหญ่ๆ...ซึ่งก็ได้รวมชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติ และ เด็กวิศวะ ลาดกระบังมาด้วย...แต่ละกลุ่มก็สร้างฝายกันอย่างเมามัน...เป็นฝายที่สร้างจากวัสดุที่หาได้จากท้องถิ่นแถวนั้น...ไม่ว่าจะเป็น ไม้ไผ่ ก้อนหิน ดิน  เหนื่อยมากมาย...แต่สนุกจริงๆ...^^ วันแรกนี้ก็ทำกันกลุ่มละ 1 ฝาย...แต่เหนื่ออย่างกัทำกันซัก 10 ฝายแน่ะ...เวลาสี่ห้าโมงก้อกลับเข้าที่พัก...อาบน้ำ...กินข้าวเย็น...ที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลย...แม่ครัวฝีมือดีมากๆๆๆๆ  ช่วงดึก...มีนัดคิดเลขเร็ว กันที่ห้อง 108 ...เรากะหมิวก็เข้าไปดูๆนิดหน่อยแล้วซักครู่ก้อมีการขนเครื่องดื่มมา...แบบเต็มที่มากๆ ฮ่าๆๆ แต่ซักพัก...เราก็แบบว่า..ไม่เอาดีก่า...ไปนอนเด๋วต้องตื่นแต่เช้าไปทำฝายต่อ...
                        
 เช้าวันที่ 1 ส.ค. นัดกินเข้าเช้า...แล้วจะทำการไปทำฝายที่ป่าบริเวณเหมืองของบริษัทฯปูน...คราวนี้ทำยากกว่าฝายแรก... เพราะจะต้องตัดไม่มาเรียงติดกัน...ดีนะที่มีพี่ๆที่ปูนฯมาช่วยตัดไม้...ไม่งั้น -_-'' ตายแน่ๆ...แต่สนุกตรงที่ได้ลองตอกไม้ไผ่...โดยใช้ค้อนยักษ์...หนักมากมาย..ปวดแขนกันเลยทีเดียว...แต่เพื่อนแนนของเรา...ตอกไปตอกมา แนนมันทำค้อนแตกเลยครับท่าน..เลยได้รับการขนานนามว่า "แนนค้อนแตก...555+"...(เพื่อนแนนอย่าโกรธน้า...อ่ะล้ออเล่งงงง...อิอิ)พอทำฝายเสร็จ..ช่วงบ่ายก็ไปแช่น้ำพุร้อน ที่บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน...สนุกมากๆเลย ซื้อไข่ 2 ชะลอม...เอาไปต้มในบ่อน้ำร้อน... แล้วพวกเรา ทั้งแนน จวง หมิว ต้า..ก็ไปแช่น้ำพุร้อนเป็นการฆ่าเวลา...พวกเราแช่แบบห้องเดี่ยว...แต่แช่ด้วยกันหมด...ฮามากๆ...น้ำแร่..ที่อยู่ในอ่างน่ะ...ร้อนมากกกกเลย...ประมาณซัก 40-50 องศาได้...ขาจุ่มไปตอนแรก..นึกว่าขาพองซะแล้ว...แหะๆ... เด๋วจะค่อยเอารูปให้ดูทีหลังละกันนะจ้ะ...o(>___<)o หลังจากนั้นก็แวะตลาด...เป็นตลาดที่ไม่ได้ใหญ่อะไรมาก...เป็นตลาดคล้ายบ้านเราอุตรดิตถ์ มีลำไยขายกำละ 5 บาท (ถูกมากกกก อ่ะ...ซัดไปสองกำก็ตาแฉะแย่แล้ววว) แล้วก็มีเห็ดขาย..มีผลไม้เยอะแยะ...มีของกินแปลกๆมากมายเลย...เนี่ย...ชอบตลาดแบบเนี้ย...มันจะมีของแปลกๆที่เราไม่เคยเห็น...ชอบๆ ชั้นก็ซื้อข้าวเหนียวปิ้งมาด้วย  แอบอยากกิน  อิอิ ...เดินๆไปกะว่าพอและ..แต่เดินไปเจอสัปปะรด..น่ากินมาก..แต่อาจารย์ซื้อหมดเลยยย...เอ่อ...อดแดะ ครับท่าน...พี่ๆที่นำเที่ยวเห็นว่าอยากกินก็เลยแวะหาที่จอดซื้อสัปปะรดอีก.. ก็อยู่ใกล้ๆตลาดแหละ...เรากะแนนก็กะว่าซื้อซัก 10 บาท มากินด้วยกัน...แต่พอพี่เค้าปอกมาให้เรียบร้อย...ได้มาแบบสองถุงใหญ่ๆๆๆ...มากกก เราแบบ เอ่อ...จะกินยังงัยหมดวะเนี่ย-*-...ก็ได้ข่าวว่าพี่เค้าขายกิโลละ 4 บาทเองงง..จะถูกไปไหนวะ...หลังจากซื้อของและตกตะลึงกับราคากันอย่างเต็มที่แล้ว ก็กลับเข้าที่พัก กลับไปช่วงเย็นก็กินข้าว และมีร้องเกะกันอย่างหนุกหนาน...อิอิ แต่เราไม่ค่อยครึกครื้นเท่าไหร่...รู้สึกเนือยๆ..เฉื่อยๆ ยังงัยไม่รุ...เลยขอตัวขึ้นไปนอนดีก่า ....เพราะตอนเช้าต้องออกแต่เช้าเดินทางไปบ้านสามขา ตำบลหัวเสือ...นัดทานข้าว 7.15 น.(เช้ามากกก)
 
                          
 เช้าวันที่2 ส.ค. กินข้าวแล้วขึ้นรถเดินทางต่อไปหมู่บ้านสามขา...เป็นหมู่บ้านที่ใช้ถ่ายทำโฆษณาของบริษัทฯปูน...ที่มีเด็กสองคนเดินอยู่ในป่า แล้วเดินเก็บของป่ากันอ่ะ...จำกันได้มะ...เด๋ววันนี้จะได้ไปดูสถานที่ถ่ายทำด้วยยยย เย้!!!! พอไปถึงหมู่บ้านก็ได้รับการต้อนรับจากพ่อหลวง..หรือผู้ใหญ่บ้านนั่นเอง รวมถึงเจ้าบ้านสี่ขาแห่งบ้านสามขา...หมาที่ชื่อเจ้าตาล...อิอิ..แต่เรียกกันว่า"ไส้อั่ว"..เพราะมันตัวเตี้ยๆ..แคระๆ เหมือนหมาพันธุ์ไส้กรอก..แต่มันอยู่เหนือ เลยกลายเป็นไส้อั่วซะเลยยยฮ่าๆๆๆ   ที่นี่...เป็นหมู่บ้านที่เราคิดว่าไม่ได้ลำบากอะไรมาก...ได้ข่าวว่ามี wireless -*-...ไฮโซไปมั้ยยย....ห้องน้ำนี่ก็ได้รับอุปถัมภ์กระเบื้องสุดไฮโซจากบริษัทฯปูนแบบปูกระเบื้องอย่างงาม...อืมมมก็ดี...ที่นี่เราต้องอยู่บ้านพัก Home stay แต่ละคนก็แยกเข้าพักในบ้านของชาวบ้านที่เค้าจัดมาไว้แล้ว...ซึ่งหมิว เหมี่ยว ก็ได้นอนที่บ้านแม่เป็ง....แต่ช่วงเช้าที่ไปถึงนี่เราก็เปลี่ยนชุดกันเข้าไปทำฝายกันเลยทีเดียววว..ถึกป่ะหล่ะ...ฮ่าๆๆแต่ฝายที่นี่ทำง่ายกว่าที่ปูน..เพราะเป็นฝายหิน...พอเดินเข้าไปในป่า...ก็รู้สึกได้ถึงความอุดมสมบูรณ์...เป็นป่าที่สวยมากๆ...เต่าทอง...ตั๊กแตนกิ่งไม้...ผีเสื้อ..สวยมากๆ..และที่ขาดไมได้ ...ยุง ...-*-...กัดจังงงงง...วุ้ย สร้างฝายก็จะแบ่งเป็นสองทีม..แต่ละทีมซัดกันไปทีมละ สิบกว่าฝาย...สุดยอดดด...หลังจากนั้นกินข้าวในป่า...ได้อารมณ์จิงๆ...ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก...แล้วเย้!!!! ต่อไปก้อเดินเข้าปดูสถานที่ถ่ายทำโฆษณา...เป็นฝายที่สร้างเป็นชั้นๆ...มองไกลๆคล้ายน้ำตก...สวยมากกกกก เด๋วดูในรูปเอาเองนะ...ไม่มีคำอธิบายจิงๆ อ่ะ..สวยเกินนนหลักจากเอาเท้าแช่น้ำ ..เย็นสดชื่นกันไป...ก็เดินกลับเข้าที่บ้านพัก...
  
บ้านที่เราอยู่เป็นบ้านของแม่เป็งมีลูกชายสองคน พี่ซากับน้องอีกคนนึงทำงานอยู่กรุงเทพฯ...เรียนจบวิศวะ..แต่งงานกับหมอ-*- ไฮโซป่ะหล่ะ เข้าไปที่บ้านเป็นบ้านข้างนอกเป็นไม้อย่างสวย...ข้างในปูกระเบื้องอย่างดี...ตึงงงง...ใหญ่กว่าบ้านกรูอีกกก...แม่ก็บอกให้อาบน้ำอาบท่า..แล้วมาช่วยแม่ทำข้าวเหนียวเปียกลำไย...ก็นะ...ที่นั่นได้ข่าวว่าทุกบ้านเลยที่มีต้นลำไย...ก็ต้องกินข้าวเหนียวเปียกลำไยกันไป แกะเอาแต่เนื้อลำไยแล้วเอาหางกะทิเคี่ยวกับข้าวเหนียว...หลังจากนั้นเอาเนื้อลำไยใส่ เข้าไป..แล้วปิดท้ายด้วยหัวกะทิ....เป็นงะ...น่ากินอ่ะดิ๊...แต่ถึงเวลานัดทานข้าวพอดี...6โมงเย็น...กินเสร็จมีการพูดแลกเปลี่ยนกับชาวบ้าน..เสร็จแล้วก็ไปงานศพแม่ของคนที่เป็นคนที่พัฒนาหมู่บ้านนี้...เราก็อยากไปดูว่างานศพเหนือเหมือนกับบ้านเรามั้ย...ไปถึงวัด..คนเยอะมาก...เพราะครูศรีนวลเป็นคนสำคัญของหมู่บ้าน...พระท่านเทศน์เก๋มาก..มีใส่มุขแพรวพราว...เป็นภาษาเหนือ...ซึ่งชั้น..ฟังไม่ออกเลยยยย...พอเสร็จแล้วตอนนั้นก็ประมาณสี่ทุม...ก็ดึกนะสำหรับบ้านนอก..เพราะส่วนใหญ่เค้านอนกันสามทุ่ม...แต่จากที่หมิวและชั้นไปโฆษณทชวนเชื่อข้าวเหนียวเปียกลำไยไปเรียบร้อย...ทุกคนหลังจากเสร็จงานศพก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน......คือไปที่บ้านแม่เป็งหรือบ้านชั้นเอง....ฮ่าๆๆๆ...เพื่อนๆ น้องๆ กินกันแอย่างเอร็ดอร่อย...อาจรู้สึกเค็มๆเล็กน้อย..เพราะขี้มือสองสาว หมิวเหมี่ยวนั่นเอง..อิอิปรากฎว่าวันรุ่งขึ้น...เพื่อนต้า..แขกตี้เลยครับท่าน....เฮ่ย...ไม่ใช่ชั้นนะเว่ย..ชั้นล้างมือก่อนทำนะ...(อิอิ ร้อนตัวๆ)
                                
คืนที่ได้นอน home stay แอบกลัวๆนิดหน่อย...กลัวคนนะ..ผีน่ะเฉยๆ...คนนี่น่ากลัวยิ่งกว่า..โดยเฉพาะไอ้พี่ซา ลูกของแม่เป็งนี่แหละ...พี่แกดูน่ากลัวๆยังงัยบอกไม่ถูก...คืนนั้นเลยนอนไม่ค่อยหลับ..ทั้งกลัว..หนาวอีกต่างหาก...กลัวขนาดวางมีดพกไว้ตรงหัวนอนเลยทีเดียว ...เหอๆ
                      
                       
 วันที่3 ส.ค. ตอนเช้าตื่นขึ้นมาก็ประมาณตีห้าห้าสิบ...ตื่นมาก็นอนคุยกะหมิว...รออาบน้ำ...ระหว่างนั้นก็นอนคุยกันไปเรื่อยๆ...ไอ่พี่ซามันก็เดินมาแล้วถามว่าเป็นงัยนอนสบายดีมั้ย..ประมาณนี้กรูก้ออืมดีๆ...แต่หนาวไปหน่อย...ซักพักก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ...พอชั้นกะหมิวอาบน้ำเสร็จกำลังเก็บกระเป๋ากันอยู่...พี่แกเดินมาอีกแล้วเอาสมุดมาแล้วบอกว่า"จดเบอร์น้องทั้งสองลงในนี้หน่อย..."ชั้นก็ด้วยความที่ว่า...วันที่เข้ามาหมู่บ้านนี้ก็ตั้งใจว่าจะเปิดรับประเพณี รับความรู้ของชาวเหนือเต็มที่...ก็เลยไม่ได้คิดเอะใจอะไร...แล้วอีกอย่างแม่เป็งก็บอกว่าถ้ามาลำปางให้โทรบอกแม่...แล้วมานอนที่บ้านได้เลย...ประมาณนี้...ชั้นก็เลยอืม..จดเบอร์แม่เป็งไว้...แล้วก็จดเบอร์ตัวเองกะหมิวลงในสมุดอย่างสวยงาม...ซึ่งตอนนั้นอย่างที่บอก...ใจเราไม่ได้คิดอะไรเป็นอย่างอื่นนอกจาก...เหมือนมีญาติเพิ่มอีกคนนึง มีอีกครอบครัวนึง อะไรประมาณนี้...แต่ที่ไหนได้...จะบอกทุกคนว่า...ตั้งแต่เย็นวันที่3ส.ค.ตอนที่รถไฟได้เคลื่อนตัวออกจากนครลำปาง...ไอ้พี่คนนี้มันโทรมา..เราก็เออคงโทรมาลา...เราก็อืม ขอบคุณพี่เค้าที่ดูแลเราดี...แต่มันไม่ใช่แค่นั้นค่ะพี่น้องคะ...ตอนประมาณสี่ทุ่ม...เราก็นั่งทุกข์ทรมานอยู่บนรถไฟนั่นแหละ...พี่แกส่งข้อความมาแบบว่า..อ่านแล้วทำให้ความรู้สึกที่เรารู้สึกดีต่อการมาทำค่ายครั้งนี้...ความรู้สึกดีๆในการที่มาอยู่กับชาวบ้าน...ความรู้สึกดีๆกับผู้คนที่มีไมตรีจิตที่ดีงาม...อยากจะบอกว่าความรู้สึกทั้งหมดนั้นมันได้มลายหายไปในทันที...กลับกลายเป็นความรู้สึกที่แย่...แย่มากๆ..ถึงขั้นไม่อยากอ่านต่อไปเลยทีเดียว...เสียความรู้สึกมากๆอ่ะ..แล้วจะบอกว่าตั้งแต่ตอนนั้นจนขณะนี้ที่ชั้นอัพสเปซอยุ่นะ..มันโทรมาไม่หยุดเลย... โทรมาmissed call ประมาณ 20 สายได้อ่ะ....คิดว่างัยอ่ะ...มันควรมั้ย..ขอถามหน่อยเหอะ...ชั้นผิดมั้ยเนี่ย...ที่แค่อยากเปิดใจรับไมตรีจิตของชาวบ้านที่น่ารัก..อยากซึมซับความเป็นท้องถิ่นของหมู่บ้านนี้...แต่มาเจอแบบนี้...ขอบอกว่า..รู้สึกแย่ที่สุด...จริงๆ...
 
ป.ล.  -อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน...โดยเฉพาะผู้ชาย...
        -หมู้บ้านที่อยู่ต่างจังหวัด..บางหมู่บ้าน...(โดยเฉพาะที่นี่)ไม่อาจใช้และไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะใช้คำว่า"เศรษฐกิจพอเพียง"ได้
        -การนั่งรถไฟชั้นสาม...เหมาะสมที่สุดในการออกค่ายและถ่ายโฆษณา
                       
                        
 
 
6월 16일

รอ...ถึงเมื่อไหร่

...มาอีกแล้วครับท่าน...มันมาอีกแล้ว...อารมณ์เหงาแบบนี้...
...ก็รู้สึกดีดีดี มองเธอเดินมา ก็รู้สึกดีดีดี..มองเธอเดินไป...
..ก็ได้แต่มองไปมองมา...จนจะแก่ตายอยู่แล้วววววววว
ป.ล.แหะๆ..แอบบ่นนิดนึง
....
ตอนนี้เราไม่ได้กำลังมองหาใครหรอก...แต่เรารอให้คนคนนั้นเดินเข้ามาในชีวิตเรามากกว่า
...
บางคนอาจจะคิดว่า...เพราะอยู่เฉยๆ มัวแต่เรียน ไม่ออกไปเปิดหูเปิดตาอยู่อย่างนี้รึป่าว
...ถึงไม่เจอใครคนนั้นซักที...
แต่..ขอถามหน่อย...หากออกไป...เจอผู้คนแปลกหน้า แปลกตา
แล้วถูกตา ถูกใจ...แล้วเราจะต้องทำยังไงหรอ
..เดินเข้าไปคุย เข้าไปทำความรู้จัก...งั้นหรอ
ช่วยตอบหน่อยสิ...
เพราะที่เราเคยรู้สึกมากับการที่ออกไปเปิดโลกกว้างพบเจอผู้คนมากมาย
แล้วรู้สึกดีๆกับเค้า...แต่เค้าไม่ได้รู้สึกดีกับเราด้วยเลย...มันจะอยู่อย่างไหนล่ะถึงจะมีความสุขมากกว่า
...
ตอนนี้...เรามองเห็นแค่ตัวเรา...คนเดียว..เท่านั้น -_-
5월 24일

เด็กมีปัญหา o(>___<)o

 
มันขาดคนคอยเทคแคร์...ก็โดนรังแกด้วยสายตา
..โอ๊ะโอ้ย.. น่ากลัว เหลือเกิน...ก็มันอ่อนแอนี่นา..ช่วยส่งคนมารักที.....
เด็กมีปัญหา  หา  หาแฟนไม่ได้เลยเธอ....ปล่อยไปก็เผลอ เผลอ เผลอ เที่ยวไปรัก ใครใคร
ก็เลยต้องหา หา หาคนมาควบคุมใจ...ก็เธอใช่ มั้ย ยั้ย ยั้ย...ช่วยมารัก รักกันก็จะดี
....วู้ว...วู้ววว.....วู้ว...วู้ววว....
 
 
ตอนนี้กะลังขำๆ กะชีวิต...อิอิ...คิดว่าทุกวันได้พบเจอผู้คนแปลกใหม่
ก็สนุกแล้วววว ...  วู้ววว
 
เตรียวตัวเปิดเทอมจ้า....^^
5월 5일

...ความเดียวดาย...-_-

....
ไม่รู้ทำไมน้า...
ความรู้สึกของคนเรามันช่างเปลี่ยนแปลงง่ายเหลือเกิน
เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนหน้านี้...เรายังรู้สึกว่า
"เรายังมีความสุขดี ยังเฮฮาได้ตลอด เรายังหนุกหนานไปวันวันได้....... โดยไม่ต้องมีคนรู้ใจ"
แต่ช่วงนี้
...
..
.
อารมณ์มันกลายเป็น...."เหงา"......อีกแล้วหรอเนี่ย-_-
 
 
 
เบื่อจัง...อยู่แต่กับตัวเอง...ตัวเอง...และก้อตัวเอง...
เฮ้อ...
มีอะไรที่แย่กว่านี้มั้ย???
 
เมื่อไหร่คนคนนั้นจะเข้ามาในชีวิตเราซักทีน้า...
...
แต่ก่อนเราก็คิดยังงี้ปลอบใจตัวเองมาตลอด
คิดว่า.."เอาน่า...เราคงยังไม่เจอคนที่ใช่มั้ง..."หรือว่า
"เค้าคนนั้นน่ะ...คงยังไม่ใช่"..หรือ "ไม่นะ...ไม่ใช่คนนี้แน่ๆ"
 
 
 
จนเวลามันผ่านไป...วันแล้ววันเล่า...
คนคนนั้น...เดินไปที่ไหนแล้วก็ไม่รู้
ทำให้ในวันนี้เรายังไม่เจอเค้าซํกที
หรือว่า
"คำที่เค้าเรียกว่า "รักแท้ "นั้นน่ะ....มันคงไม่มีในโลกนี้"
ไม่ยังงั้นก็...เราเองล่ะมั้ง...ที่ไม่คู่ควรกับคำๆนี้..... (-_-)
 
 
4월 14일

Love at third sight

 
จั๊ด จา ดา ดั๊ด...จั๊ด จั๊ด จา ดา ดั๊ด..วู้ว
...ถูกใจ เธอจนได้...ถูกใจ เธอจนได้
เมื่อเธอมาทำให้..จิตใจของชั้นเต้นรัว
ยิ่งเจอก็ยิ่งชอบ
ยิ่งชอบก็ยิ่งกลัว..รู้ไหม คนดี
อย่าทำให้รักเดี๋ยวมันหลง..เดี๋ยวมันรัก
ชั้นตั้งหลักไม่ทัน เดี๋ยวจะรั้งไว้ไม่ไหว
รักมันปักหัวใจทำไง..จะดึงเท่าไหร่ก็ดึงไม่ออก
อย่าทำให้คิดถ้าไม่รักชั้นซักนิด
เข้าใจผิดขึ้นมาชั้นไม่รับผิดชอบ
มาทำให้เคลิ้มตลอด...ถ้าเผลอไปกอดแล้วเธอจะว่ายังไง....
....
บางทีเธอก็ใช่บางทีก็ไม่ใช่...อย่าเลยเธอชั้นไหว้อย่าทำให้ชั้นใจสั่น
บอกมาแค่สั้นๆ...."ถ้ารักชั้นเหมือนกันก็ว่ากันไป"....
แล้วเจอกันใหม่นะจ้ะ ....พ่อหนุ่มมือกลองสุดน่ารัก o(>__<)o  จุ๊บๆ
 
사진(1/9)

날씨

잠시만 기다려 주세요...

별자리

잠시만 기다려 주세요...

일별 시세

잠시만 기다려 주세요...